เรียกความมั่นใจ! โรนัลโด้ เรียกความมั่นใจให้เพื่อนร่วมทัพ ชุดขาว ลุยศึกต่อไป

”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่นำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แชมป์เก่ารายการนี้สองสมัยหลังสุด
เรียกความมั่นใจกลับสู่ทีมได้สำเร็จ

หลังพลาดเสมอ 2 นัดติดในฟุตบอลลีก โดยเกมนี้ได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คืนทัพซัดคนเดียว 2 ประตู พาทีมเปิดบ้านคว้าชัยเหนือ อาโปเอล นิโคเซีย 3-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ ขึ้นรั้งจ่าฝูง กลุ่ม เอช ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์เก่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สองสมัยหลังสุด ต้องขาด คาริม
เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่ามาจากเกมล่าสุด ต้องพักประมาณ 1 เดือน รวมไปถึง มาร์โก อาเซนซีโอ มิดฟิลด์ดาวโรจน์วัย 21 ปี ทีมชาติสเปน ที่พลาดบู๊ เนื่องจากมีปัญหาสิวติดเชื้อที่เกิดจากการโกนขนที่ขา

อย่างไรก็ตามได้ตัวโรนัลโด้สตาร์ชาวโปรตุกีสพ้นโทษแบนในลีกกลับมาช่วยทีมส่วน มาร์เซโล่ วิเอยร่า แบ็กซ้ายจอมบุกชาวบราซิลที่จะโดนแบนในลีกสามารถลงเล่นในถ้วยนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา

ในแดนกลางวาง มาเตโอ โควาซิช, คาเซมิโร่ และ ลูก้า โมดริช ลงทำเกมสนับสนุนสามประสานแดนหน้าทั้ง อีสโก้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ แกเร็ธ เบล เข้าถล่มประตู

สลับมาดู อาโปเอล นิโคเซีย ทีมจากไซปรัส ฝ่าด่านสปาร์ต้า ปราก มาด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-0 ในรอบเพลย์-ออฟ ผ่านเข้ามาเล่นรอบนี้ได้สำเร็จ วาง อีกอร์ เดอ คามาร์โก้ ล่าตาข่ายกับ ลอเรนโซ่
เอเบซิลิโอ

ออกสตาร์ตครึ่งแรกมาได้ 9 นาที เรอัล มาดริดได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่มาร์เซโล่โยนให้กับ แกเร็ธ เบล ขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษหลุดกรอบไป

สามนาทีต่อมา ราชันชุดขาวขึ้นนำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะที่อีสโก้จ่ายออกมาทางด้านซ้ายให้ แกเร็ธ เบล ปาดจากซ้ายเรียดมาเสาสองให้กับ โรนัลโด้ ปีกตัวเก่งชาวโปรตุกีส แปด้วยขวาเล่นทางจากระยะแค่ 6 หลา ย้อนศรเสียบเสาแรกเข้าไป

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 ชุดขาวต้องเปลี่ยนเอา โทนี่ โครส มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ลงมาเล่นแทน มาเตโอ โควาซิช ที่มีอาการบาดเจ็บ

จากนั้นนาทีที่ 32 เรอัล มาดริดได้โอกาสโครสที่ลงมาสำรองเปิดมุมจากด้านซ้ายมาเสาแรกให้ แกเร็ธ เบล สะบัดโหม่งข้ามคานไป

ผ่านมา 38 นาที เจ้าถิ่นบุกต่อเนื่อง โรนัลโด้ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษบอลหลุดเสาซ้ายไปหมดครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำอยู่ 1-0

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เข้าสู่ครึ่งเวลาหลังได้แค่นาทีเดียว ทัพชุดขาวน่าจะได้ประตูที่สอง เมื่อ การ์บาฆาลเปิดบอลจากทางด้านขวาให้ โรนัลโด้โดดแปด้วยซ้ายจ่อๆ บอลไปชนคานตกลงมาบนพื้นยังไม่ข้ามเส้น ก่อนโดนผู้เล่นของอาโปเอลสกัดทิ้งออกหลังไป

กระเถิบมานาทีที่ 51 เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ โรเบร์โต้ ลาโก้แบ็คซ้ายของอาโปเอล นิโคเซีย ไปทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าทันทีก่อนที่ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารด้วยขวาเข้าประตูไปช่วยให้ เรอัล มาดริด นำห่าง 2-0 และเป็นประตูที่สองของโรนัลโด้ในเกมนี้ มีลุ้นทำแฮตทริคแล้ว

สิบนาทีต่อมา เรอัล มาดริด นำขาด 3-0 เมื่อ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมตัดบอลได้กลางสนามก่อนจ่ายออกซ้ายให้กับ มาร์เซโล่ โยนเข้าไปให้ แกเร็ธ เบล โหม่งชงให้กับ เซร์คิโอ รามอส ตีลังกายิงด้วยขวาจ่อๆ เข้าไป

จากนั้นนาทีที 67 เจ้าบ้านเดินหน้าบดต่อ อีสโก้ ไหลให้กับ โรนัลโด้สับด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษติดเซฟของ บอย วอเตอร์มัน นายทวารทีมเยือน

เวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้อีก จบเกม เรอัล มาดริด เปิดบ้านถล่ม อาโปเอล ไปยับเยิน 3-0 เก็บสามแต้มเต็มตามความคาดหมาย ขึ้นรั้งจ่าฝูงกลุ่ม เอช โดยมี 3 คะแนนเท่า ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ประตูได้เสียดีกว่า

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ